(ถาม - ตอบ กับ ดร. อินทิรา ) 1. คำถาม - อะไรเป็นเคล็ดลับที่ทำให้คนเรา เก่งภาษาอังกฤษคะ? 3. คำถาม - เรียนในห้อง เรียนอย่างไร คะ? 4. คำถาม - จบปริญญาโท แล้วกำลังจะสมัครเรียนปริญญาเอก ภาษาอังกฤษไม่ดีเท่าไร จะทำ อย่างไร ดี? 5. คำถาม - ถ้าเราไม่มีคอม เราจะเรียนออนไลน์ อย่างไร ดี คะ ? 6. คำถาม - ทำไม ดาวน์โหลด โปรแกรมยากมาก นาน และ ไม่มีภาพ ? 7 . คำถาม - เรียนหลายๆคนในโปรแกรมเดียวกันได้ไหม ?
คำตอบ เวลาเราถามพ่อค้าขายปลีก ว่า อะไร เป็น เคล็ดลับที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ เขา จะ สรุป สั้นๆ ว่า ทำเล ทำ เล และ ก็ ็ทำเล หรือ Location, Location and Location ฉันใด ฉันนั้น ในส่วนที่เกี่ยวกับเคล็ดลับในการที่จะเก่งภาษานั้น ขอสรุป สั้นๆ เหมือนกับเมื่อกี้ ก็ คือ เราต้อง Practise, Practise and Practise เพราะเขาบอกว่า Practice makes (it) perfect ซึ่งหมายความว่า เราต้อง ฝึก ฝึก และก็ ฝึก การฝึกให้บ่อย ฝึกทั้งพูด อ่าน ฟัง เขียน จะทำให้ ภาษาของเรา เพอร์ เฟ็ค แบบ ดี หาที่ติยาก มันไม่มีทางลัดทางอื่นค่ะ 2. คำถาม มีคนเขาข้องใจ ให้ฝากมาถามอาจารย์ว่า ทำไมต้องเอาโปรแกรมของต่างชาติมา ทำไม ของเรา คนไทยไม่มีหรือ? คำตอบ เท่าที่สำรวจ ดู บางสถาบัน และ หน่วยงานของรัฐบาลก็กำลังพัฒนาโปรแกรมสอนภาษาอังกฤษอยู่ แต่ ดู แล้ว ของเราอยู่ในขั้น infancy stage คือ ขั้นทารก เพราะยัง ไม่ค่อยสมบูรณ์แบบนัก หลักสูตรไม่เด่นชัด และ เป้าหมายของผู้เรียนไม่ เคลียร์ เทคนิคการผลิตก็ยังไม่มาตรฐาน ไม่เน้น ทางด้านการสนทนา หรือที่เราเรียกว่า Communicative English ที่ผู้เรียนไทยต้องการ บางสถาบัน จะเน้น ไปที่ แกรมม่าร์ หรือ ไวยากรณ์ บอกจริงๆ ที่เราเน้น เรียนไวยากรณ์ มานับสิบปี นี้ ก็ยังไม่ทำให้เราพูดภาษาอังกฤษได้ ฉะนั้น ในเนื้อหา ออนไลน์ ของเรา โดยเฉพาะโปรแกรมของรัฐบาลออสเตรเลีย เราจะเน้น เฉพาะไวยากรณ์ที่ต้องเอาไปใช้จริงๆ ยกตัวอย่างเช่นในส่วนของภาษาอังกฤษที่ใช้ในสำนักงาน มีหลักสูตรที่ที่มี ชื่อว่า The Grammar you need เน้นเฉพาะไวยากรณ์ ที่คุณจำเป็น ต้องใช้ในการพูด อ่านฟังเขียนในสำนักงานจริงๆ รู้แค่นี้ก็พอแล้ว และ ใน หลักสูตรที่หนึ่งก็็ จะ เน้น การออกเสีย งหรือ ที่เราเรียกว่า Phonology หรือ Phonics ซึ่งเป็นส่วนที่ในระบบการเรียนการสอนของไทย ละเลย เราแทบไมได้สอนทักษะนี้ในโรงเรียน เลย เราจึงพูดฝรั่งที่ฝรั่งเองก็ฟังแทบไม่ค่อยรู้เรื่อง สาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องเลือกซ็อฟท์แวร์ของต่างประเทศก็คือ โปรแกรมที่คนไทย พัฒนาก็ยังไม่หลากหลาย และสนุก ดึงดูดความสนใจของผู้เรียนหรือ ที่เราเรียกว่า engaging เหมือน เกมส์ ออนไลน์ ที่สนุกตื่นเต้นทั้งแสดง สี เสียง ที่ทำให้คนติดกันทั่วประเทศ ทั้งนี้เพราะ เราขาด know how และ งบประมาณ เพราะการพัฒนาซ็อฟท์แวรแต่ละตัว รัฐต้องสนับสนุนเพราะ ต้องใช้งบประมาณ มาก อย่างของ กรมการศึกษาของรัฐนิวเซ้าธ์ เวลส์ เขามีประสบการณ์สอนภาษาอังกฤษ มาตั้ง 50 กว่า ปี ตอน พี่อายุ 17 ได้ทุนไปเรียนปริญญาตรีที่ออสเตรเลียก็ต้องไป เรียนภาษาอังกฤษ เตรียมเข้ามหาวิิทยาลัยที่นั่นตั้ง หกเดือน เขาจะสอนพวกนักเรียนทุนโคลอมโบที่ได้ทุนจากทั่วโลก และ องค์กรนี้ก็สอนผู้ที่อพยพเข้าไปอยู่ในประเทศออสเตรเลีย จาก ยุโรป ที่แทบพูดอังกฤษไม่ได้ เลย เพราะฉะนั้นเขาจึงพัฒนาหลักสูุตร ที่เอาไปใช้ได้จริงอีก และ ใช้งบ นับ หลายสิบล้านเหรียญในการทำ เนื้อหาของเขา ไม่ใช้ การ์ตูน เหมือนซ็อฟท์แวร์ ภาษาของบางสถาบัน หลักสูตรก็ วางพื้นฐานให้เราไปสอบประกาศณียบัตรที่รับรองโดยรัฐบาลออสเตรเลีย ไม่เหมือนกับ หลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์ บางหลักสูตร ที่เราเรียนเสร็จ แต่ละระดับ เขาก็ให้เราไป พริ้นต์ ใบประกาศณียบัตรออกมา ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าหลักสูตรที่เรานำมาจึงเป็น คนละ คล้าส กัน และ ทุก ตั ว เราจะเน้น หลักสูตรที่สถาบันต่างชาติรับรอง เช่น ถ้า ไม่ใช่ รัฐบาลออสเตรเลีย ก็ ต้อง เป็น มหาวิทยาลัย เคมบริดจ์ หรือ ของ ETS สหรัฐ คือ เราเน้น มาตรฐานระดับโลกจริงๆ และ ได้รับการยอมรับ ว่าชั้นหนึ่ง ถ้าไม่เช่นนั้น คุณก็ ไป เรียนคอส ภาษาอังกฤษออนไลน์ หรือ คอสออฟไลน์ ที่ไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ที่นี่
3. คำถาม เรียนในห้อง เรียน เรียน อย่างไร คะ? คำตอบ การเรียนในห้อง ไม่ได้ตามเนื้อหาหลักสูตรเสมอไป อาจตาม แค่ ประมาณ 20-30% เท่านั้น แต่เราจะทำกิจกรรมที่ใช้หัวข้อของบทเรียนออนไลน์ เป็น ไกด์ื เพื่อให้ผู้เรียนแตกฉาน อีกอย่างหนึ่งก็ คือ ผู้เรียนฝึกอยู่คนเดียวที่บ้าน น่าจะมา พบปะ interact & communicate กับเพื่อนๆ บ้า ง ที่สำคัญครู พี่เลี้่ยง จะได้ให้คำปรึกษาแก้ไข ปัญหาที่บางคนติดขัด โดยเฉพาะ สำเนียง การพูด เพราะ ถึงแม้บางโปรแกรมจะมีอุปกรณ์ให้อัดเสียงผู้เรียนได้ และ ถ้าเล่นเสียงที่อัดออกมา หูเราเองอาจจะไม่ได้ยิน และไม่สามารถบอกเราว่า ยังออกเสียงถูกหรือ ผิด เพราะเรามักจะไม่ได้ยินเสียงพูดของเราเอง เนื่องจากความเคยชิน จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยครูพี่เลี้ี่ยงที่มีความชำนาญ มาฟังเรา พูด ฉะนั้น ในห้อง เราจะไล่การออกเสียงกันที่ละคนด้วย ยิ่งถ้าผู้เรียนหลักสูตรออนไลน์ยังเป็นเด็ก ยิ่งจำเป็นที่จะ ต้องมีครู ติว จึงจะได้ผล ยกเว้น ถ้าพ่อแม่มีความรู้ดี และ มีเวลา ก็สามารถติวให้ลูกที่บ้านได้ แต่เท่าที่ที่สังเกต ดู พ่อแม่ ไม่ว่างหรือ ไม่รู้ภาษาอังกฤษ ดีพอ พ่อแม่บางคนไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษที่มีมาตรฐานที่ดีี่นั้นเป็น อย่างไร วันก่อน พี่ ได้พบผู้ปกครอง คู่หนึ่ง เขาปลื้มใจในความสำเร็จของลูกสาวเขามาก บอกว่าลูกสาวพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก และ กำลังเป็น ครู ติวภาษาอังกฤษให้ เด็กในหมู่บ้าน มีคนมาสมัครเรียนแยอะ เขาเรียกลูุกสาวมาโชว์ตัว พี่ได้คุยกับเด็กคนนี้ คุยกันไป คุยกันมาก็ ทราบความจริงว่า เขา เพิ่ง สอบ โทเฟล เพเพอร์ เบส ได้ แค่ 300 กว่า เท่านั้น เอง พูดภาษาอังกฤษก็ยังไม่ชัด เห็น แล้ว ก็ อนิจจัง ว่า พ่อแม่เด็กๆ ที่มาเรียนกับ ครูสมัครเล่นคนนี้ เสียเงินเสียเวลา เปล่า ถ้าคุณครูไม่เก่ง ลูกของเขาจะ เก่งได้ อย่างไร 4. คำถาม จบปริญญาโท แล้วกำลังจะสมัครเรียนปริญญาเอก ภาษาอังกฤษไม่ดีเท่าไร จะทำอย่างไร ดี? คำตอบ ก่อนอื่น อยากให้ คุณ ทำตัวให้คุ้นกับภาษาอังกฤษก่อน ด้วยการเรียนหลักสูตรง่ายๆ เช่นหลักสูตร General English ที่สอน พูด อ่าน ฟัง เขียน แบบ ทั่วไป ก่อน เราจะได้ไม่ ตื่นเต้น ไม่ เขิน เวลาพูด หรือ อ่าน หรือ ฟังภาษาอังกฤษ และ จะมีความมั่นใจมากขึ้น หลังจากนั้น ต้องพยายามพัฒนาทักษะแต่ละด้านอย่างเข้มข้น เช่น ในส่วนของไวยากรณ ์การอ่าน การเปล่งเสียง การ เขียน ซึ่งควรจะพัฒนาไปพร้อมๆกัน ถ้าคุณตั้งเป้าว่าจะขอทุนไปต่างประเทศ คุณก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะสอบ โทเฟิล หรือ ไอ เอลท์ ซึ่งรวมยอดทุกทักษะในระดับกลาง ถึงสูง ทั้งหมดต้องอาศัยเวลาฝึก อย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างไม่ยากหรอก ถ้าความจำดี การเรียนภาษาก็จะง่ายขึ้น ถ้าคุณจะเรียนปริญญาเอกในประเทศไทย มันไม่ใช่ข้อแก้ตัวว่าคุณไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาอังกฤษ การที่เราจะเรียนโท หรือ เอก นั้นทุกคนหวังว่าภาษาอังกฤษของคุณน่า จะ ใช้การได้ แบบ มี working knowledge of English ดี เพียงพอที่จะทำงานวิจัย สืบค้น อ่านข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทได้ อย่างคล่องตัว และ ถกเถียงกับคนในวงการวิชาการเดียวกันเป็น ภาษาอังกฤษได้ ถ้าคุณทำไม่ได้ คนข้างนอกก็จะสงสัยในคุณภาพงานวิจัยที่คุณกำลังจะผลิตออกมาเพื่อให้ได้ปริญญาโท และ เอก ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ และ ความรับผิดชอบของคุณ หรือ นักศึกษาไทยทุกคนที่กำลังทำ ป. โท หรือ ป . เอกที่จะต้องฝึกฝนภาษาัอังกฤษของตัวเองให้ใช้การได้ หลักสูตรออนไลน์ จะเหมาะสมที่สุด ถือว่าเป็น การสั่งสมกำลังความเก่งภายในก็แล้วกัน ค่อยๆเรียนไปด้วยตัวเเอง วันละนิดวันละหน่อย รับรองเก่งแน่ เพื่อนฝูงอาจจะแปลกใจก็ได้ เมื่อวันใดวันหนึ่ง คุณได้แสดงความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษให้เห็น เป็นประจักษ์แก่สายตาคนอื่น เพราะคุณได้เตรียมพร้อมมาอย่างดี วันก่อน ในการประชุมเกี่ยวกับการศึกษานานาชาติ คุณหญิง ดร. กษมา วรวรรณ ท่านพูดในที่ประชุมว่า ต่อไป คนที่รู้ภาษาอังกฤษดีจะไม่ได้เปรียบคนอื่นอีกต่อไป แล้ว เพราะนับวัน จะมีคนที่รู้ภาษาอังกฤษดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนที่จะเสียเปรียบคนอื่นก็ จะมีแต่คนที่ไม่มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ ท่านพูด ถูกที่สุด ฉะนั้น เราต้องรีบขวนขวายในการฝึกภาษาอังกฤษ ให้ใช้การได้จริงๆ 5. คำถาม ถ้าเราไม่มีคอม เราจะเรียนออนไลน์ อย่างไร ดี คะ ? คำตอบ พี่เข้าใจ เพราะ คนส่วนมากมาจากต่างจังหวัด ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ต้องเช่าห้อง หรือ อพารต์เม้นต์ กับเพื่อนอยู่ ถ้ามีคอม ใช้ คอมก็อาจไม่มีสเปคสูงหรือไม่ได้ใช้บริการไฮสปีด อินเตอร์เน็ท มีวิธีเดียวก็คือต้องไปร้านเกมส์ออนไลน์ เพื่อเรียนหลักสูตรออนไลน์ บางคนโทรมา บอก อยากลอง เดโม ฟรี แต่เข้าไปทดลอง ไม่ได้ เราะไม่มีไฮ สปีด อินเตอร์เน็ท พี่ก็บอกเขาว่า ไปลองที่ร้านเกมส์ สิ จะแก้ปัญหาได้ในระยะหนึ่ง แต่ คอม ก็ไม่แพงมา แค่หมื่น ต้นๆ ก็ซื้อได้ และ ไฮสปีด อินเตอร์เน็ทก็สามร้อยกว่าบาทต่อเดือน 6. คำถาม ทำไม ดาวน์โหลด โปรแกรมยากมาก นาน และ ไม่มีภาพ ? คำตอบ เข้าใจว่า ปัญหามาจากว่าคอมฯของคุณสมรรธภาพไม่ สูงพอ คุณต้องตรวจสเปคเครื่องอกทีื หรือ อาจจะเป็นเพราะไฮสปีด อินเตอร์เน็ท ไม่ ไฮสปีด จริง(เหมือนที่โฆษณา! ) เสิรฟเวอร์ของเรา ไม่มีทางเสีย เพราะ เรา ใช้ เสริฟเว่อร์ขององคกรพาร์ตเน่อร์ในต่างประเทศ 7 . คำถาม เรียนหลายๆคนในโปรแกรมเดียวกันได้ไหม ? คำตอบ ได้น่ะได้แน่ แต่มันทำให้ระบบเก็บข้อมูลผลการเรียนส่วนตัวของผู้เรียนเสียหมด เพราะในโปรแกรมออนไลน์ จะมี ระบบการจัดการผู้เรียน ที่ เรียกว่า Learners’ Management System ผู้เรียน ครูพี้เลี้ยงหรือ ผู้ปกครองจะได้รายงานผลถึงความก้าวหน้าของผู้เรียนว่า ได้ใช้เวลา นานเท่าใด ฝึกบทเรียน หน้าใด บทใด ทำแบบฝึกหัดกันถูก ผิดข้อใด อย่างไร มีความก้าวหน้าในการพัฒนาทักษะแต่ละด้านอย่างไร อะไรเป็นข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุง ครูพี่เลี้ยงก็สามารถให้คำแนะนำได้ สรุปแล้วถ้าเรียนหลายๆคน ระบบจะวัดผลไม่ได้ แต่ไม่มีว่าคุณ ถ้าคุณทำอย่างนั้น นะ ทุกอย่างมี ทั้งส่วนดี และไม่ดี ก็ขอให้พิจารณาดู ถ้าเรียนเพื่อฟื้นฟูความรู้เก่าที่เคยแน่นอยู่แล้ว ก็ไม่เป็น อะไร โดยเฉพาะถ้าไม่ได้เข้าเรียนติวในห้องด้วย 8. คำถาม อาจารย์มั่นใจแน่รึ คะ ว่า ภาษาอังกฤษ ระดับ เดียวหรือ สองระดับ ใช้การได้จริงๆที่อื่นเขามีกันหลายสิบระดับ ระดับละ หลายหลักสูตร ? คำตอบ มั่นใจ ค่ะ เพราะระบบเรา เราใช้ผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง หรือ ผู้เรียนเป็น พระเอก หรือ นางเอก ผู้เรียนจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบกับโปรแกรมเอง ทุกเวลา ทุกนาที คอย คลิค นั่น คลิคนี้ ฉะนั้น สมองและเส้นประสาทในการรับรู้จะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ในระบบเก่า หรือ ระบบที่สถาบันสอนภาษาในปัจจุบันส่วนมากใช้กัน พระเอกก็คือ ครู ครูเตรียมบทเรียน มา ครูพูดเองสัก 60-80 เปอร์เซ็นต์ ครู นั้นแหละได้ฝึกไปเรื่อยๆ แต่ ผู้เรียน ถ้าได้ฝึกให้ครูฟังก็ คงได้ สัก 2-3 นาที ต่อ คาบ เพราะมีนักรียนหลายคนในชั้น ฉะนั้นโอกาสในการฝึก เพื่อให้ได้ working knowledge จริงๆมีน้อยมาก ถ้าไม่ได้ใช้หลักสูตรออนไลน์ และตามที่บอกมาแล้วข้างต้น การฝึกบ่อยๆ โดยใช้ภาษาที่ถูกต้องตามกฎไวยากรณ์และ กฎของการออกเสียง รู้จักใช้คำศัพท์ที่เหมาะสม ทำให้เกิด language accuracy ฝึกบ่อยครั้งทำให้เกิดความเคยชิน และความเคยชินทำให้ เกิด ความคล่องตัวของภาษา ที่เราเรียกว่า language fluency นี่แหละคือเคล็ดลับที่จะให้เราเก่งภาษา ซึ่งหมายความถึงความสามารถสื่อสารที่ชัดเจน ด้วยการใช้ คำศัพท์ ฺสำเนียง และ ไวยากรณ์ที่ถูกต้อง ตามด้วยความ คล่องตัว ของการพูดแบบไม่ติดขัด ฉะนั้น ถ้าเราบอกว่า ของเรา คุณต้องเรียน 240 ชั่วโมง คุณก็สามารถวางแผนเรียนได้เลยว่า จะเรียนให้จบภายใน 3 เดือน 6 เดือน หรือ1 ปี ถ้า ฝึก แล้วยังไม่เก่งก็ ฝึก อีก มากกว่า ชั่วโมง ที่กำหนดให้ ไม่มีใครว่า แต่ต้องทำให้เสร็จภายในช่วงเวลาที่กำหนด ฉะนั้น คุณวางแผนชีวิตการเรียนของคุณได้ ส่วนที่เรียนหลายสิบ ระดับแบบในระบบเก่านั้น มีน้อยคนจะเรียนจบทุกระดับ เพราะต้องใช้เวลา หลายปี และ เงินเป็นหลักแสน ทั้งๆที่เรียนในเมืองไทย และจบระดับนั้น เราจะเก่งแค่ไหนมี แต่อาจารย์เป็น ผู้วางแผนให้เรา เราหมดสิทธิ์ลิขิตชีวิตตัวเอง ฉะนั้น ระบบเรียนออนไลน์นี้ จะได้ผล หรือ ไม่ ก็ขึ้นอยูู่่กับเราเป็็้น ส่วนใหญ่ ว่า เรามีวินัย หรือ ไม่ เรียนอย่างต่อเนื่อง หรือ ไม่ ขยัน หรือ เกียจคร้าน จะโทษ ครู โรงเรียน และ หลักสูตรก็ไม่ได้แล้ว ถ้าหลักสูตรเขาออกแบบมาแบบที่มีมาตรฐานจริงๆ
ท่านใดที่มีคำถามกรุณา อีเมลมาได้ที่ drintira@yahoo.com Cyber School of English มูลนิธิเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Foundation) การศึกษานานาชาติ ที่มีคุณภาพ สำหรับ ทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา ทุกความเร็ว 64-66 ซอย 101 ถนน ลาดพร้าว คลองจั่น บางกะปิ กทม 10240 www.englishonline.com2.biz โทร 08-1915-7537/ 0-2378-1428/0-2378-1550 fax-0-2731-0862 อีเมล์ englishonlinethai@yahoo.com |